พระราชกำหนด

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

พ.ศ.๒๕๔๖

------------------

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้  ณ  วันที่ ๙  สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๖

เป็นปีที่  ๕๘  ในรัชกาลปัจจุบัน

 

        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

        โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

        มาตรา ๑  พระราชกำหนดนี้เรียกว่า "พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

พ.ศ.๒๕๔๖"

        มาตรา ๒  พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *

        มาตรา ๓  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑/๑) ของมาตรา ๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

                        "(๑/๑) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕/๑

มาตรา ๑๓๕/๒  มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔"

        มาตรา ๔  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นลักษณะ ๑/๑  ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มาตรา ๑๓๕/๑  มาตรา ๑๓๕/๒  มาตรา ๑๓๕/๓  และมาตรา ๑๓๕/๔ ในภาค ๒ ความผิด แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ลักษณะ ๑/๑

ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

----------------

        มาตรา ๑๓๕/๑  ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้

                    (๑) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ

                    (๒) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

                    (๓)  กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อมอันก่อให้เกิด หรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายของเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

                ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญ หรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระทำ หรือไม่กระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

                การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐ

ช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย

        มาตรา ๑๓๕/๒  ผู้ใด

                    (๑)  ขู่เข็ญว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ

                    (๒) สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินให้ หรือรับการฝึกการก่อการร้าย

ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้

                ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

        มาตรา ๑๓๕/๓  ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๕/๑ หรือมาตรา ๑๓๕/๒  ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้นๆ

        มาตรา ๑๓๕/๔  ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมีมติของ หรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายและรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติ หรือประกาศดังกล่าวด้วยแล้ว  ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน

เจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท"

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท ทักษิณ    ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

 


*  ราชกิจจานุเบกษา  เล่ม ๑๒๐  ตอนที่ ๗๖ ก    ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๖

 

ฝ่ายการสืบสวนสอบสวน จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี